อุ้ยไม่เข้าใจอ่ะ... (เอาแล้วไง.. มาถึงเมิงก็ "ไม่เข้าใจ" มาก่อนเลย.. แล้วเอนทรี่นี้จะไปทางไหนเนี่ย) ทำไมชีวิตคนเรามันต้อง "เข้าใจ" อะไรกันหนักกันหนา.. เอาเป็นทีละเรื่องได้ไหม.. เอาแบบไม่ต้องเข้าใจอะไรเลยแต่สบายๆ ได้ไหม.. หรืออะไรก็ได้เข้าใจง่ายๆ สบายๆ ไม่คาดหวังอ่ะมีอะไรทำนองนี้..

 

อุ้ยว่าถ้าเราตอบคำถามใครสักคน.. หรือขณะที่เรารับฟังใครสักคนอยู่.. เราอาจจะเข้าใจบ้างและไม่เข้าใจทั้งหมด นั่นก็หมายความเราได้เข้าใจบางส่วนในสิ่งที่เค้าพูด.. และถ้าเค้าถามกลับเพื่อย้ำความแน่ใจให้กับตัวเค้าเองว่าสิ่งที่เค้าได้พูดมานั่น.. ผู้รับฟังได้เข้าใจมันหรือป่าว.. ในกรณีนี้ "คุณจะตอบเค้าว่าอะไร?" ตอบว่าเข้าใจแต่ไม่ทั้งหมด หรือตอบว่าไม่เข้าใจ แต่เชื่อเถอะว่าถ้าคุณตอบว่าเข้าใจ เค้าจะถามกลับทันที "แล้วเข้าใจว่าไง" คราวนี้มันถึงทางตัน.. เพราะคุณเองไม่ได้เข้าใจมันทั้งหมด.. เพราะงั้นแล้วการที่คุณจะอธิบายหรือพูดซ้ำเรื่องเดิมนั้นจะเป็นเรื่องยากสำหรับคุณในทันที.. เพราะงั้นแล้วถ้าเราเลือกที่จะตอบว่า "ไม่เข้าใจ" อะไรๆ มันคงง่ายขึ้น.. อยากมากคนพูดก็คงพูดซ้ำอีกครั้ง..

 

บอกตรงๆ ว่าตัวอุ้ยเองนั้นไม่ใช่ "ผู้ฟัง" ที่ดีเท่าไรเลย.. หรือจะจัดว่าแย่ก็น่าจะได้เพราะด้วยความที่เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง.. แล้วก็คิดว่าส่วนนึงสิ่งที่อุ้ยคิดหรือตัดสินใจ.. มาจากประสบการณ์ที่ได้เจอหรือรู้อะไรมา.. เพราะงั้นแล้วถ้าเป็นสิ่งที่อุ้ยแน่ใจว่ามันใช่.. อุ้ยจะไม่ค่อยฟังคนอื่นพูดเท่าไร ซึ่งจริงๆ ก็รู้ว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีที่เป็นคนแบบนี้.. และบ่อยครั้งที่บางเรื่องอุ้ยพลาด.. แต่มันก็เป็นบทเรียนให้กับตัวเอง แต่ถ้าเป็นเรื่องที่อุ้ยอยากรู้.. หรือมันสามารถทำความเข้าใจไม่ได้อยากนัก.. อุ้ยก็จะเป็นผู้ฟังที่ดีขึ้นมาทันทีและในบางครั้งอาจมีคำถามกลับไปด้วย.. เพื่อเพิ่มความแน่ใจให้กับตัวเอง..

 

อุ้ยว่าส่วนนึง.. ที่คนเราชอบพูดว่า "เธอไม่เข้าใจฉัน" หรือ "ฉันไม่เข้าใจเธอ" มันเกิดจากความคิดของคนทั้งคู่.. ที่ฟังเสียงภายในของตัวเองมากเกินไป.. และพลันปิดโหมดการรับรู้จากสิ่งภายนอก.. เกิดการกักกั้นความรู้สึกรับรู้ ซึ่งในความจริงแล้ว.. เราสามารถเปิดโหมดการรับรู้และโหมดความคิดภายใน.. เข้ามาไว้ในสมอง แล้วให้มันฆ่ากันให้ตายไปข้างนึง หรือผสมผสานกันออกมา.. เราอาจจะได้อะไรใหม่ๆ ที่เกินคาดก็ได้.. แต่เชื่อเถอะว่า.. น้อยคนมากๆ ที่ทำแบบนั้น

 

อาจเพราะโลกนี้มีคนแบบอุ้ยอยู่.. มนุษย์บนโลกมีหลายประเภท.. แตกต่างตามลักษณะนิสัย พื้นฐานจิตใจ.. บางครั้งก็นับถือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า มนุษย์ซะเหลือเกิน.. ช่างเสกสรรให้เป็นอะไรได้ขนาดนี้.. แม้อาจจะเป็นประเภทเดียวกัน คุยเรื่องเดียวกัน.. กลับไม่เข้าใจกัน.. ไม่รู้ว่ามันยากที่จะเข้าใจหรือไม่อยากเข้าใจกันแน่ บางทีอุ้ยอาจจะเป็นแบบหลัง.. คือเลือกที่จะไม่อยากเข้าใจ.. หรือกลัวว่าถ้าเข้าใจจะต้องมีอะไรอีกมากมายตามมา..

 

บางทีเราไม่ต้องเข้าใจอะไรทั้งหมดก็ได้.. ปล่อยๆ ให้มันเป็นไป.. จะให้ต้องเข้าใจอะไรมากมายขนาดไหนชีวิตๆ นึง.. อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด.. ทำเป็นว่าถ้าเข้าใจแล้ว.. เรื่องที่เกิดจะไม่เกิดงั้นนิ..

 

สำหรับ Entry นี้.. หลายคนอ่านแล้วคงงง.. ก็ไม่เป็นไรค่ะ.. เพราะบอกตรงๆ ว่าตอนนี้อารมณ์ประมาณนี้เลย.. เลือกที่จะเข้าใจแบบเงียบๆ หรือเลือกที่จะไม่เข้าใจแล้วถอยห่างไปเลย.. อะไรมันจะดีกว่ากัน??

 


ถ้าเอาสมองของคนสองคนมาวางไว้ใกล้ๆ กัน.. จะทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้นหรือป่าวนะ..
หรือควรจะแค่.. เอาหัวใจไปวางไว้ใกล้ๆ สมองก็พอ..
หรือจริงๆ แล้ว.. สมองไม่จำเป็นสำหรับความเข้าใจเลย..


เพลงไม่ค่อยตรงกับเนื้อหาแต่ก็เพราะดีนะ.. เอาไว้ฟังระหว่างอ่านเรื่องเซงๆ

Comment

Comment:

Tweet

ฟังทุกความเห็นแล้วมา

หาข้อคิดดีๆก็ดีนะ

#7 By iDreamplus on 2010-06-13 12:15

เงียบไปก็ไม่ค่อยดีนะคะคุณน้อง

#6 By Contessa on 2010-06-12 21:34

-- จิ้มไปที่ Comment #4

-- ถ้ายังอยากจะเข้าใจอยู่ ก็ต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจนะคะ

-- บางครั้งอะไรที่เร่งรีบเกินไป ก็อาจทำให้เราพลาดที่จะเข้าใจเรื่องบางอย่างได้

-- แต่ถ้าคิดจะปล่อยวาง.. ก็เดินจากมาเงียบ.. หรือทิ้งความเข้าใจเอาไว้เบื้องหลัง

-- เลือกมองไปข้างหน้า.. เลือกทางที่เราเข้าใจคะ

#5 By Evil-minded Angel on 2010-06-12 15:43

พยามเข้าใจอะไรบางอย่างมาโดยตลอด
โดยที่ไม่รู้.. หรือบางทีลืมไปว่า ไม่ได้เข้าใจจริงๆ
เหมือนแค่อยากปิดกั้นให้เรื่องมันจบๆไป แต่ที่จริงคือ มันอยู่ในใจตลอดเวลา

ตอนนี้ "เลือกที่จะไม่เข้าใจแล้วถอยห่างไปเลย.." อยู่ แต่เพราะยังปล่อยวางไม่ได้เลยรู้สึกแย่มากค่ะ
อยากที่จะ "เลือกที่จะเข้าใจแบบเงียบๆ" แต่ไม่รู้ว่าจะเอาตรงไหนมาเข้าใจค่ะ..

#4 By bee on 2010-06-12 15:35

บางทีการฟังคนอื่นบ้างมันก็ดีนะ โดยเฉพาะผู้ใหญ่

เพราะมันเป็นเหมือนวิธีเรียนลัด ไม่ต้องลองผิดลองถูกด้วยตนเอง ให้เสียเวลา เพราะผู้ใหญ่เขาเรียนรู้มาก่อนแล้ว แต่ถ้าอยากลองทำเองก็คงไม่มีใครว่าหรอก จัดไปopen-mounthed smile
ก็เป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่ง เอาสมองมาไว้ใกล้กัน big smile

#2 By haamaan on 2010-06-12 00:03

อยู่ที่ว่า เราเปิดใจมากแค่ไหนครับ

เปิดใจไห้กว้างๆ อย่าปิดกั้นครับ big smile

#1 By Intro on 2010-06-12 00:01