ชีวิต Software Developer

posted on 10 Jun 2010 11:20 by ouilek

ได้ Fwd. Mail นี้มาจากเพื่อนอีกที.. อ่านกี่ที่ก็ช้อบ ชอบ ก็เลยขออนุญาติเจ้าของบทความเดิมนำมาโพสต์ที่นี้.. ถ้าเจ้าของบทความมาอ่านเจอ.. ก็ต้องขอประทานอภัยด้วย เนื่องจากเป็นบุคคลที่อยู่ในสายอาชิพเดียวกัน อยากจะเผยแพร่ให้บุคคลนอกสายอาชีพเข้าใจ 555+ และอยากจะขอเพิ่มเติมความรู้สึกและชีวิตส่วนตัวลงไปด้วย.. หวังว่าคงไม่ว่ากันนะคะ..

 

 

 

  • โปรเจ็คที่ได้รับมักจะดูเหมือนง่ายในตอนแรก แต่สับสนวุ่นวายในตอนสุดท้าย
  • การให้โปรแกรมเมอร์ทำเอกสาร เปรียบเสมือนเอานาวิกโยธินสหรัฐไปประกวดนางสาวไทย
  • ตอนเขียนโปรแกรมเอง Test เอง ไม่เจอ Bug แต่ตอนไป Test กับลูกค้าเสือกเจอ!!!
  • พอโปรแกรมพังตอนใช้งานจริง โปรแกรมเมอร์มักเอ่ยว่า “ตอน Test ไม่เห็นเป็นเลย” แล้วก็จบด้วยการทำหน้างงๆ แสดงให้เห็นว่า กูไม่รู้จริงๆนะเว้ย
  • ประเมินเวลาของโปรเจ็ค 10 วัน ไม่ใช่การเขียนโปรแกรม 80 ชั่วโมงต่อคน แต่อาจะเป็น 100ชั่วโมงต่อคน หรือมากกว่านั้น
  • Programmer เก่งกาจจะเป็น System Analyst ทำเอกสารได้ห่วยแตก
  • Programmer ที่เก่งกาจมันพูดภาษาคนแล้วเข้าใจยาก
  • System Analyst ที่ทำเอกสารได้เก่งกาจ มักจะเคยเป็น Programmer ที่เขียนโปรแกรมได้ห่วยแตกมาก่อน
  • ลูกค้าไม่เคยให้ Requirement ครบ
  • ลูกค้าคือพระเจ้า
  • นอกจากลูกค้าแล้ว Google ก็เป็นพระเจ้าเหมือนกัน
  • งาน Coding ไม่เคยเสร็จก่อนกำหนด
  • ออกแบบระบบจนเสร็จ แล้วค่อยเขียนโปรแกรม เป็นแค่เรื่องในฝันเท่านั้น (สำหรับคนไทย)
  • คนให้ Requirement จริงๆ มักจะไม่ค่อยอยากได้ระบบ IT หัวหน้ามันนั้นแหละ อยากได้
  • บางที Bug ก็ไม่มีเหตุผล และไม่ต้องการคำจำกัดความ
  • Bug ก็เหมือนความรัก มองไม่เห็น แต่รู้สึกถึงมันได้
  • ไม่มี OT มีแต่ O-Free
  • Project ที่ โปรแกรมเมอร์ปั่นงานจะจนดึกดื่น มักจะมี Bug เยอะ ถึงเยอะมาก
  • ลูกค้ามักจะขี้เกียจ Test โปรแกรมของมันเอง
  • แต่พอใช้งานจริงแล้วเจอ Bug ชอบมางอแง
  • เขียนโปรแกรมช้า ใช่ว่าจะไม่มี Bug
  • เขียนโปรแกรมเทพ ใช่ว่าจะไม่มี Bug
  • สรุปว่าเขียนยังไงโปรแกรมก็มี Bug
  • การแก้ Code ของคนอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเองเป็นเรื่องที่น่าปวดกบาลมาก
  • Code ยิ่งเทพเท่าไหร่ แก้ Bug ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น
  • และคนเขียน Code เทพ มักจะโดนสาปแช่งจาก Programmer ที่ต้องมาแก้งานมัน
  • ถ้าโปรแกรมช้า เราจะโทษว่า Server ไม่ดี
  • System Analyst ที่แก้ Design บ่อยๆ มักจะอ้างกับ Programmer ว่า “ก็ลูกค้ามันเปลี่ยน”
  • System Analyst ที่เพิ่ม Requirement บ่อยๆ มักจะอ้างกับ Programmer ว่า “ก็ลูกค้ามันขอเพิ่ม”
  • Programmer ที่ทำงานไม่ทัน มักจะอ้างว่าประเมินเวลามาน้อยเกินไป
  • มีความเชื่อว่า Application ไม่ต้องการความสวยงาม
  • Requirement สามารถเปลี่ยน เพิ่ม ได้ตลอดเวลา แต่มันไม่มีทางลดลงแน่นอน
  • การเล่น Internet ไร้สาระ คือการผ่อนคลาย
  • การเล่น msn คือการผ่อนคลาย
  • การเล่น social network เป็นการผ่อนคลาย
  • ด่าลูกค้าเป็นความบันเทิง และผ่อนคลาย
  • Internet มีทุกอย่างที่โปรแกรมเมอร์ต้องการ
  • พิมพ์สัมผัสได้ เป็นผลจาการ Chat อันหนักหน่วง
  • มีความเชื่อว่า ถ้าพิมพ์คีย์บอร์ดด้วยความรุนแรง จะดูเท่
  • คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า โปรแกรมเมอร์ทำได้ทุกอย่างที่เกียวกับ computer
  • ดังนั้น โปรแกรมเมอร์เป็นที่พึ่งให้ เพื่อนๆ พ่อ แม่ พี่น้อง อากง อาม่า เวลามีปัญหากับเทคโนโลยีใหม่ๆ
  • ไม่มีโปรแกรมเมอร์คนไหน กลับบ้านตรงเวลาตลอด
  • ชีวิตจะบัดซบทุกครั้ง ที่ไฟดับ
  • ตอน Present โปรแกรมให้ลูกค้าดู ต้องไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนทุกครั้ง
  • เวลาขี้เกียจแก้งาน โปรแกรมเมอร์จะบอกว่า “Code ตรงนี้กูไม่ได้เป็นคนเขียนครับ”
  • เวลาโปรแกรมมีปัญหา ลูกค้ามักจะบอกว่า “ยังไม่ได้ไปทำอะไรมันเลยนะ อยู่ๆก็ใช้ไม่ได้”
  • โปรแกรมเมอร์ว่างงาน มักง่วงตอนสายๆ หรือบ่ายๆ
  • คาเฟอีนคือยาวิเศษ
  • การนั่งหลับเวลาง่วงมักไม่ค่อยได้รับความยอมรับจากหัวหน้า
  • Developer กับ Tester มักจะคุยกันไม่ค่อยเข้าใจ.. แต่สามารถหัวเราะร่าด้วยกันได้หลังเลิกงาน
  • ไม่มีโปรแกรมไหนในโลกนี้ไม่มีบัก เพราะงั้นอย่าคาดหวังว่าโปรแกรมจะสมบูรณ์แบบ
  • ไม่เคยมีคำว่า "สมบูรณ์แบบ" หรือ Perfect ในโลกของ Coding
  • Developer เกือบทุกคน ถ้าไม่ใส่แว่น.. มันก็ต้องสายตาสั้น พอๆ กับอีพวกชอบเล่นเกมส์นั่นแหละ
  • ความต้องการของลูกค้าจะมีมากขึ้นในวันที่เรา Implement
  • แม้ว่าจะพยายามสร้าง Standard ให้ Develper มากแค่ไหน ก็จะมีบางพวกที่ชอบแหก Standard นั่น
  • จำไว้ว่าการ Hard Code ในวันนี้จะทำให้ชีวิตอัปรีย์ในวันหน้า..
  • หากถาม Developer ว่าตรงเขียนมาเพื่ออะไร คุณจะไม่ได้คำตอบในนาทีนั้น เพราะว่าเค้าก็จำไม่ได้เช่นกันว่าทำเพื่ออะไร ตราบจน Click ขวาแล้วไปที่ Go To Definition
  • Version ของ Visual Studio ไม่ได้ช่วยทำให้เขียน Code ได้ดีหรือเร็วขึ้น.. แต่ช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย เพราะหน้าตาจะสวยและ Intellisense จะดีขึ้น
  • บางครั้งภาษาในการเขียน Code แค่ภาษาเดียวก็ไม่ได้หมายความคุณจะได้มาในสิ่งที่ต้องการ บางครั้งเราอาจต้องใช้มากถึง 4 ภาษา (จะลำบากอีตรง ทำไงให้มันคุยกันรู้เรื่องนี้แหละ -*- )
  • เชื่อว่า Developer ไม่ได้อยากเป็น Developer ไปตลอดชีวิต
  • และ System Analyst ก็ไม่ได้อยากเป็นแค่ System Analyst ไปตลอดชีวิตเช่นกัน
  • เวลาไปทำเทสต์เพื่อสมัครทำงาน มันจะชอบให้ Developer หา Error ของ Coding หรือไม่ก็ให้หาผลลัพธ์ ทั้งๆ ที่เวลาทำงาน VS เป็นคนหาให้ทั้งนั้น
  • Developer ขั้นเทพจะดูแย่มาก ถ้าแม่งสร้างไรขึ้นมาแล้วไม่ป่าวประกาศให้โลกรู้ (เขียน Class ไว้ใช้คนเดียว..)

 

 

โอววว ยังมีอะไรอีกมากมาย.. อนุญาติให้ Develper ที่ผ่านมาอ่านบทความนี้สามารถเพิ่มเติมได้ เพราะเชื่อว่ามันคงยาวต่อไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ

 

Comment

Comment:

Tweet

ถึงจะเป็นแึค่มีฝึกหัด แต่ก็ีรับรู้ถึงความรู้สึกนั้น -.-

#11 By Pegasus (124.120.32.119) on 2011-02-20 16:41

อยากบอกว่าโดนใจอย่างแรงโดยเฉพาะ Userไม่เคยให้ Requirement ครบ เรื่องจริง.......sad smile
like this confused smile Hot!

#9 By TonHor on 2010-06-11 15:23

ลูกค้าคือพระเจ้า เราก็คงเป็นปีศาจ อ่ะนะsad smile Hot! Hot!

#8 By Ratcicle on 2010-06-11 15:17

รู้สึกว่าเป็นงานที่ยากแลวุ่นวายมาก 55+ แค่อ่านก็มึนแล้วอ่ะค่ะไ ม่ต้องนึกถึงคนที่ทำ cry

ปล. สงสัยจะเป็นเช่นนั้นแน่ๆเลยค่ะ sad smile

#7 By Revamp on 2010-06-10 17:36


คิดถึงอดีต ที่ต้องฝ่าฟัน

#6 By riddler on 2010-06-10 16:06

น่าคิดนะครับ :D

#5 By st.GiZMo on 2010-06-10 14:26

น่าปวดหัวเหมือนกันนะเนี่ย sad smile ยังไงก็สู้ ๆ นะคะconfused smile

#4 By ~นิ้วก้อย~ on 2010-06-10 14:15

555+ โดนมีคนเป็นเหมือนเราแล้ว แม้จะไม่ใช่ programmer ก็เถอะแต่รู้สึกได้

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By Maxtrix™ on 2010-06-10 13:38

-- 55+ เพราะ PM รู้อยู่แล้วว่ามันไม่สามารถเสร็จได้ภายใน 2 ชม.

-- ซึ่งส่วนนึงมาจาก requirement ที่มันเพิ่มขึ้นมากกว่าตอนที่บอกไว้ในตอนแรก

#2 By Evil-minded Angel on 2010-06-10 12:33

โดนไปหลายดอก เฮือก!!!

มีการวิจัยออกมาว่า เวลาโปรแกรมเมอร์บอกว่า โค้ดนี้ใช้เวลา 2 ชม.ครับ project manager จะเอาเวลาที่บอกไป คูณ 8

#1 By Saintsitive on 2010-06-10 12:28