วันนั้นเป็นวันที่อุ้ยตื่นเช้ามากๆ เนื่องจากว่าแม่ปลุก อยากให้ไปช่วยขายของหน่อย.. พอดีแม่ได้เสื้อ Body Glove มาจากโรงงานราคาถูกก็เลยจะเอาไปขาย.. เช้ามาก็เลยกะว่าจะไปวางขายตลาดในหมู่บ้านข้างๆ (มีตลาดเช้า) หมู่บ้านนี้จะมีสองซอย ซอยหลัก ที่ช่วงเช้าจะมีพ่อค้าแม่ค้ามาขายของข้างทาง ทั้งสองฝั่ง รถสามารถวิ่งได้ (แต่ขอร้องว่าอย่าดีกว่า.. สงสารคนเดิน) กับอีกซอยนึง เป็นซอยเล็ก แต่ก็เป็นทางที่ขนาบกันไปกับซอยใหญ่

 

ซอยก็ว่าเล็กแล้วนะ รถวิ่งสวนกันได้แบบเบียด.. แต่ก็มีรถมาจอดสองฝั่งถนนยาวไปตลอดสาย.. ทำไมรถสวนกันบนเลนเดียว.. อนาถคูณสอง คิดถึงจากปากทางถึงท้ายซอย น่าจะไม่เกิน 500 เมตร แต่ใช้เวลาอยู่เกือบ 15 นาที ก็เลยไม่มีที่จะวางขายของ

 

คุณแม่มีไอเดียว่าเด่วเราไปหาวางขายแถวสำเพ็งไหม ด้านที่ติดกับฝั่งที่สามารถทะลุไปคลองถมได้อ่ะ.. เป็นซอยที่เค้าให้จอดรถ น่าจะวางได้บนทางเท้า.. อุ้ยก็ไป ก็ขับรถไปปกติ คิดว่ารถไม่ติดมากเท่าไรไปได้เรื่อย มาติดก็ตรงปากทางเข้า มีแท็กซี่มาจอดขวางซอยที่อุ้ยกับแม่ตั้งใจจะเข้าไปวางขาย พอรถเลื่อนมาตรงปากซอย อุ้ยก็มองเห็นรถเทศกิจกำลังเคลื่อนเข้าไปอย่างช้าๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่แล้วทุกอย่างก็ "ผิดพลาด"

 

(ผิดพลาดที่ 1)

เมื่ออุ้ยเห็นว่ามีรถขับเข้าไปได้ อุ้ยก็เลี้ยวตามเข้าไปทันที แต่แล้วสิ่งที่เห็นกลับไม่เป็นอย่างที่คิด ตอนนั้นเวลาเกือบ 8 โมงแล้ว.. สองฝั่งถนนเล็กๆ ที่รถสามารถวิ่งเข้าไปได้อย่างพอดี โดยที่ไม่สามารถสวนกันได้นั้น ณ ตอนนั้นมีพ่อค้าแม่ค้าขายส่งสินค้ามากมายตั้งร้านอยู่เต็มสองฝั่งถนนเต็มไปหมด เหลือที่ตรงกลาง พอให้คนสองคนเดินสวนกันได้แค่นั้น และรถเทศกิจที่อุ้ยเห็นว่าเลี้ยวเข้าไปนั้น ก็คือเจ้าหน้าที่เค้ามากวาดล้างทำนองนั้น ประมาณว่า เวลานี้ควรเก็บได้แล้ว และที่เห็นเค้าขับเข้าไปได้อย่างช้าๆ นั้นก็เป็นเพราะว่า เจ้าหน้าที่เทศกินสั่งให้พ่อค้าแม่ค้า เก็บของที่วางบนถนนออก ออกจนรถสามารถวิ่งไปได้ และถ้าพ่อค้าแม่ค้าคนไหนเก็บช้า เจ้าหน้าที่ก็ยกกล่อง ยกสินค้าขึ้นรถเทศกิจไป

สิ่งที่แย่ไปกว่านั้นคือ รถอุ้ยขับตามรถเทศกิจเข้าไป โดยไม่รู้ว่าเบื้องหน้าเป็นแบบนี้ กว่าจะรู้ก็เข้าไปเกือบกลางซอยแล้ว ถ้าจะถอยหลังออกก็คงหมดสิทธิ์ ของวางเกลื่อนเหมือนเดิมหลังจากเจ้าหน้าที่เลื่อนรถผ่านไปแล้ว รวมทั้งรถอุ้ยด้วย กว่าจะออกได้ก็ต้องวนไปอีกซอย และยิ่งลึกเข้าไปเท่าไร ของที่วางก็เยอะขึ้น ถนนที่ให้รถวิ่งได้ก็แคบลง และคนก็เยอะขึ้นด้วย

ความรู้สึกตอนนั้น คือ เหมือนขับรถประจานตัวเอง ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด อึดอัดและเครียดมาก เพราะว่าขับรถเข้าไปในที่ๆ เป็นทางคนเดิน (พอจะนึกภาพออกไหมค่ะ) และบางครั้งก็ได้ยินคนด่า "จะขับเข้ามาทำไมว่ะ ทางก็แคบ" "แม่งจะเหยียบเท้ากุอยู่แล้ว" บางคนก็ถึงกับทุบกระจกรถ อุ้ยเป็นคนขับกดดันมาก การวนเข้าไปในซอยนั้น ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาทีได้ กว่าจะหลุดออกมาอีกซอย แต่ ณ ขณะนั้นอุ้ยรู้สึกว่ามันยาวนาน แสนนาน เครียด กดดัน ระแวง ทุกๆ อย่าง

 

พอออกมาจากตรงนั้นได้ ก็เหมือนยกทุกอย่างออกไป เช้านั้นเราสองแม่ลูกเลยไมได้ไปขายของที่ไหน กลับบ้านมาทำกับข้าวกินที่บ้านพร้อมกับหลานๆ พี่สาวและพี่เขยที่มานอนที่บ้านตั้งแต่เมื่อคืน และบ่ายนี้อุ้ยมีนัดไปดูรถกับ TL พอดีว่า TL อยากได้รถกระบะมือสอง ช่วงนี้เลยวิ่งเข้าเต็นท์นั้นออกเต็นท์นี้อยู่บ่อยๆ และวันนี้เรามีแพลนจะไปดูเต็นท์ แถวๆ รามอินทรา

เมื่อ TL มาถึงอุ้ยก็อาบน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าและกำลังจะเตรียมตัวออกจากบ้าน เดินไปบอกแม่และทุกคนหลังบ้าน แต่แล้วทุกอย่างก็ "ผิดพลาด"

 

(ผิดพลาดที่ 2)

พี่สาวอุ้ยบอกว่ากุญแจรถหาย เมื่อเช้าป๊าเอาไปเลื่อนรถ และจำไม่ได้ว่าเอาไว้ไหน.. ช่วยหาก่อนได้ไหม อุ้ยก็ช่วยหาในบ้าน TL ก็ช่วยหา แต่ก็หาไม่เจอ และ TL ก็จะรีบไป เพราะตอนเย็นต้องไปเอา Model เรือ บวกกับอุ้ยแต่งตัวแล้วก็ต้องมาหาของ หาอยู่คนเดียว พี่สาวอุ้ยก็ไม่ได้ช่วยหา คือความรู้สึกตอนนั้นเหมือนอุ้ยหาอยู่คนเดียวอ่ะ เจ้าของไม่เดือดร้อนไรงี้ ก็เลยเดินไปบอกว่า หาไม่เจอ ไปก่อนได้ไหม รีบอ่ะ พี่สาวอุ้ยตอบกลับมาว่า "เออ ถ้ารีบก็ไปซะไป"  อุ้ยไม่รู้ว่าคนอื่นฟังจะเข้าใจว่าไง แต่อุ้ยก็ตอบกลับแบบโมโหและเสียงดังว่า "ไม่ต้องมาประชดหรอก ก็ช่วยหาอยู่ แต่มันไม่เจอ" แล้วแม่ก็พูดอีกบอกว่า "เค้ายังไม่ได้ว่าอะไรเลย ทำไมต้องพูดเสียงดัง" จนกลายเป็นเรื่องเป็นราว กลายเป็นอุ้ยผิด แต่ก็ยอมรับว่าอุ้ยผิด อาจเป็นเพราะอุ้ยใจร้อน ปากไว และหงุดหงิด ทุกอย่างมันเลยกลายเป็นแบบนี้ จนทุกวันนี้ก็ไม่ได้คุยกับพี่สาวอีกเลย..

 

ตลอดเวลาที่นั่งรถไปด้วยกัน TL ก็อบรม นู่น นั่น นี่ตลอดเวลา.. อุ้ยกลับไม่ได้ฟังเค้า แถมยังตะโกนใส่หน้าเค้าด้วย ว่าไม่ต้องมายุ่งหรอก ถ้าอุ้ยมันนิสัยไม่ดีมาก ก็ไม่ต้องมายุ่งกับอุ้ยสิ วันนั้นทุกอย่างดูเลวร้าย รู้ก็รู้ว่าถ้าอุ้ยใจเย็นกว่านี้.. ปัญหาทุกอย่างก็คงไม่เกิดขึ้น

 

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องแรก : พี่ก็เคย อับอายขายหน้าเป็นที่สุด

เรื่องสอง : ซื้อ ขนม ที่ พี่สาว ชอบ ไปฝากเขาหน่อยสิ

#11 By riddler on 2010-01-29 13:42

ก็มันหงุดหงิดนี่เนอะ .. ใครพูดอะไร ทำอะไร ก็ขวางหูขวางตาไปหมด ... เด็กหญิงหัวโตแถวๆนี้ก็เป็น sad smile

ไอ้เราก็อดไม่ได้ก็ต้องเตือนๆกัน ... แต่ก็ได feed back กลับมาประมาณ "ถ้าอุ้ยมันนิสัยไม่ดีมาก ก็ไม่ต้องมายุ่งกับอุ้ยสิ" นี้นี่แหละ .. ประโยคนี้มันฝังอยู่ในโครโมโซมสาวๆหรือไงนะ sad smile

แต่ก็ใจเย็นลงแล้วนี่เนอะ ... กลับไปคุยกับพี่สาวได้แล้วมั้งป่านฉะนี้ ...

อ้อ ... หัวบลอคหลันลาจริงๆ แม่เจ้าประคุณเอ๋ย big smile

#10 By นาย Jack on 2010-01-07 22:11

ผ่านมาผ่านไปก้แล้วกันค่ะ

สุขสันต์และสวัสดีปีใหม่ค่าคุณอุ้ยbig smile
ลืม happy new year เลย
มีความสุขมากๆนะคะ

#8 By ajchicha on 2009-12-30 11:48

คนที่ไม่ผิดคือคนที่ไม่ทำอะไรเลย
ใจร่มๆๆ big smile open-mounthed smile confused smile

#7 By ajchicha on 2009-12-30 11:47

จะแก้ปัญหาอะไรได้ต้องลองผิดลองถูกก่อนล่ะ
Happy New Year ค่ะbig smile

#6 By Mango Hotel on 2009-12-30 11:12

ลืมๆอีก แหะๆ ลืมบอกว่าขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะค๊า แต่ว่าน้องเลิกใส่ถุงมือแล้วค่า แรกๆหมอก็ว่าเป็นที่ถุงมือแหระค่ะเลยถอดออก ทีนี้กลายเป็นรอยข่วนแืทน ฮ่าๆๆ

#5 By Revamp on 2009-12-30 08:30

เรื่องผิดหลาดมันมีตลอดนะคะพี่อุ้ย อย่าเพิ่งเครียดๆน๊า หนึ่งยังเป็นเรื่อยๆเลย รู้สึกว่าทำไมเราทำ/เลือกอะไรก็ผิด มันเป็นผลพวงทำให้อารมณ์เสียหง่ะ

แต่คนที่เดินในซอยน่ากลัวอะ ทุบกระจกเลยหรอ sad smile

#4 By Revamp on 2009-12-30 08:28

ผิดพลาดเพื่อเรียนรู้ และป้องกันไม่ให้เป็นอย่างที่เคย

แต่บางทีก็อึดอัดเนอะ

สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าจ้า

#3 By Maxtrix™ on 2009-12-29 22:30

ก็มีบ้างเหมือนกันครับ โดนแม่เจ้าไนซ์ว่าประจำ

สวัสดีปีใหม่ครับผม ^^

#2 By Nonger on 2009-12-29 18:57

ใครๆก็เคยผิดพลาดมาทั้งนั้นค่ะ ไม่ต้องคิดมากนะคะ สิ่งสำคัญคือเราต้องนำสิ่งที่ผิดพลาดมาปรับปรุงแก้ไขในปัจจุบันค่ะ "ผิดเป็นครู"confused smile confused smile

#1 By Meowzilla Zilla on 2009-12-29 15:35