โรงเรียนชุมพลฯ สัตหีบ

posted on 07 May 2007 22:01 by ouilek in TRIP

อย่าแปลกใจนะ... ว่าทำไมช่วงนี้ไปสัตหีบบ่อยจัง ไม่รู้สินะ... รู้แค่อยากไปทะเล ไปนั่งมองน้ำทะเล มองให้ไกลๆ อยากปล่อยใจไปกับทะเล

แต่ที่เลือกไปสัตหีบเพราะ... คงเป็นเค้าที่อยู่ที่นี่ หากเราคิดอะไรฟุ้งซ่านมากไป ก็คงยังมีเค้าที่คอยห่วงใยเราอยู่ ทั้งๆ ที่คนที่เราต้องการจริงๆ ตอนนี้เป็นใครอีกคน ที่ซึ่งรังเกียจเรา.. มองเราเหมือนสุนัขตัวหนึ่งที่ร้องขออยากกลับไปอยู่บ้านเหมือนเดิม หลังจากโดนเนรเทศออกมา...

อาจดูเหมือนเราสนุกสนาน ร่าเริง เที่ยวได้ทุกอาทิตย์... แต่ทุกสิ่งที่ทำไป มันก็เป็นเพียงการลบเลือนเรื่องราวบางอย่างในใจ แค่เพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้นเอง มันไม่ใช่ทั้งหมดของหัวใจ... เมื่อเรากลับมาอยู่ที่เดิม มาใช้ชีวิตแบบเดิม... ความคิดมากมายก็ผุดขึ้นมาอีก

.

.

ไปสัตหีบครั้งนี้... เราไม่ได้ไปเดินที่หาดทรายแก้วหรอกนะ เพราะว่าไม่ได้ขับรถไป นั่งรถทัวร์ไป ตื่นไปตอนตี 4 กะว่าจะไปขึ้นรถเที่ยวแรก ที่เอกมัย เดินทางด้วยรถทัวร์ใช้เวลานานมากๆ เลย ประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง ทั้งๆ ที่ขับรถไปเองเร็วกว่าประมาณชั่วโมงนึง

ที่ต้องไปเช้าแบบนี้เพราะว่า เค้าต้องไปรับนักเรียนจ่าใหม่ฯ ซึ่งจะเข้าวันนี้ ไปถึงโรงเรียนชุมพลฯ ตอนประมาณเกือบๆ 9 โมง เค้าพาเราไปกินข้าวที่สโมสรฯ (ฝีมือป้าหลัน) ที่นายทหารฝึกรู้จักกันดี และนี้น่าจะเป็นครั้งแรก ที่เราได้เห็นหน้าป้าหลัน ที่เค้าพูดถึงให้ฟังเป็นประจำ และได้ชิมรสชาติฝีมือแกจริงๆ เราสั่งผัดซีอิ๊วเส้นใหญ่ รอไม่นานก็ได้กินแล้ว แต่ว่าน้ำมันเยอะไปหน่อย ที่ประทับใจคือ... มันเยอะมากๆ

หลังจากนั้นเค้าก็ไปทำงาน... เราก็เลยนอน เพราะเมื่อเช้าตื่นเช้ามากๆ เค้าก็ดีนะ พอเสร็จงานปุ๊บ ก็รีบกลับมาเลย อยู่ไม่ถึงชั่วโมงดีเลยมั้ง ก็ต้องปั่นจักรยานไปอีก เป็นแบบนี้อยู่หลายรอบ เค้าคงไม่อยากให้เราอยู่คนเดียว..

พอสักบ่ายๆ ก็ออกมาเดินเล่นชายหาด ด้านหน้า BOQ ก็ดีนะ ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง ได้เดินชายทะเลคนเดียวจริงๆ ทั้งๆ ที่คิดว่า... เราจะมีคนเดินจับมือไปด้วยกัน

ได้ภาพ View ถ่ายรูปๆ ไปเรื่อยๆ ตลอดที่เดินริมชายหาดมาเลย ใจหนึ่งเพื่อเอามาอัพ Blog นี้แหละ อีกใจก็อยากเก็บ เก็บทุกอย่างไว้เป็นรูปภาพ เพื่อวันหนึ่งหยิบขึ้นมาดู แม้ว่ามันจะไม่มีแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว เราก็ยังสามารถยิ้มกับรูปภาพได้ ว่าครั้งหนึ่งเราเคยมีความสุขมากแค่ไหน

พี่ผู้หญิงสองคนนี้กำลังหาหอยล่ะ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเค้านั่งทำไรกัน แต่ก็ดูรู้ว่ากำลังหาอะไรสักอย่าง ด้วยความสงสัยก็เลยเดินไปถาม ได้ความว่าหาหอย เอาไปกินเองนี่แหละ แต่ดูเค้าหากันจริงจัง เลยอดคิดไม่ได้ว่าจะเอาไปขายตามร้านอาหารหรือป่าว

หอยที่พี่เค้าหาก็น่าตาประมาณนี้ล่ะ อันนี้เราก็เอามือลวงๆ ลงไปในดิน ขุดๆ ก็เจอมาหนึ่งตัว เลยเอาไปให้พี่เค้า หน้าตาเหมือนหอยแคลงตามตลาดนะ ที่ถามดูเค้าก็บอกว่าไม่ใช่ แต่ก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าเค้าเรียกว่าหอยอะไร รู้แต่ว่ามันกินได้

แล้วพวกพี่เค้าก็หากันได้เยอะขนาดนี้เลยล่ะ หุหุ!! ตัวใหญ่กว่าที่เราขุดได้อีกอ่ะ มองไปอีกฝั่งก็มีอีกกลุ่มมาหาเหมือนกัน แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน เพราะตอนขากลับก็เห็นเค้ากลับรถคันเดียวกัน

เดินเรื่อยไปอีกสักพัก ก็มาเจอเข้ากับน้องคนนี้ แกกำลังเล่นน้ำทะเลกับพ่ออยู่ แต่พอเห็นเราเดินผ่าน น้องสาวคนนี้ก็ยื่นเปลือกหอยให้เรา ไม่รู้ว่ายื่นให้ทำไม แต่พอเราส่งคืนน้องเค้าก็ไม่รับแล้ว เราเลยบอกว่าถ้าไม่รับคืนเด่วพี่จะทิ้งลงไปในน้ำนะจ๊ะ น้องเค้าก็ไม่สน พอทิ้งเปลือกหอยแล้ว เราก็เลยถ่ายรูปน้องเค้ามาซะเลย โดยได้เสียงเชียร์จากคุณพ่อว่า "ยิ้มหวานสิลูก"

จากนั้นก็เดินเลาะตามชายหาดมาด้วย... ไม่รู้ว่าเดินมาไกลแค่ไหน เพราะว่าไม่คิดจะหันหลังกลับไปมองอีก กลัวว่าถ้าหันหลังกลับไป เราจะท้อ แล้วเราก็จะเดินกลับไป ก็เลยเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ รู้แต่ว่าตั้งใจจะมาสักการะเสด็จเตี่ย ขอให้ท่านช่วยอะไรตั้งหลายอย่าง แม้กระทั่งจิตใจของเราเองยังต้องขอให้ท่านช่วยเลย จากนั้นก็เสี่ยงเซียมซี ปกติแล้วการเสี่ยงเซียมซีก็คือการเขย่าให้ไม้ที่อยู่ในกระบอกตกลงมา ซึ่งไม้แต่ละอันก็จะมีเลขบอกไว้อยู่ แต่ด้วยความที่นังอุ้ยเขย่าอยู่นานมากก็ไม่ตก เลยวางลงแล้วอธิษฐาน แล้วหยิบเอาเลย หยิบออกมาได้ประมาณ 2 ไม้ แต่เลขที่เขียนมันเจือจางมากจนอ่านไม่ออก ครั้งที่ 3 ก็หยิบมาได้เลข 25 เป็นเลขที่ดีมากๆ

เดินเลยออกมาจากศาลเสด็จเตี่ยก็มาเจอเจ้าหมาน้อยนอนหลับอยู่ เห็นตัวมันสีขาวตัดกับพื้นดีก็เลยกดมาหนึ่งภาพ อย่างที่เห็น... อิอิ...

จากศาลเสด็จเตี่ย.. เราก็ว่าจะเดินกลับไป BOQ และก็จะถ่ายรูปนั่น รูปนี้ไปเรื่อยๆ ตามแต่ที่สายตามองเห็น และเราอยากจะถ่าย ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้วล่ะ แสงอาจไม่ดีเหมือนตอนมีพระอาทิตย์ แต่มันก็อาจจะได้บรรยากาศใหม่ๆ ขึ้นมา...

แม้ว่าพระอาทิตย์... ใกล้จะลาลับขอบฟ้าไปแล้ว และท้องฟ้าก็เปลี่ยนสีดูน่ากัว ปนเศร้าเล็กๆ แต่ที่เรารู้กันดีก็คือ พรุ่งนี้เช้าพระอาทิตย์ก็จะมาเยือนท้องฟ้าอีกครั้ง และท้องฟ้าก็จะกลับมาสดใสเหมือนเดิม แล้วกับใจของเราล่ะ... เมื่อไหร่พระอาทิตย์จะส่องสว่างตรงกลางใจอีกครั้ง เพื่อให้ใจของเรากลับมาสดชื่นอีกหน

ต้นไม้ยังดูเศร้าไปด้วยเลย... จริงๆ การที่ภาพถ่ายจะออกมาเป็นยังไงนั้น ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของช่างภาพ ว่าต้องการสื่ออะไรออกมาจากภาพ หรือตอนนั้นช่างภาพรู้สึกอย่างไร ถึงได้ถ่ายทอดภาพต่างๆ ให้ออกมาแบบนั้น อาจเป็นเพราะเราเอง ที่ถ่ายภาพออกมาให้มันดูเหงา ดูเศร้าอย่างที่เห็น

.

.

ดอกไม้

จากศาลเสด็จเตี่ย ค่อยๆ เลาะมาเรื่อยตามริมถนนถ้าไม่บ้าหรือไม่สังเกตุ ก็จะไม่เห็นว่ามันมีดอกไม้สีๆ ขึ้นเต็มไปหมด งั้นเราลองมาดูว่า... มีดอกไม้อะไรกันบ้างในบริเวณนี้

พอดีเหลือบไปเห็นเต่าทองกำลังเกาะอยู่ที่ดอกไม้ ก็เลยถ่ายมา ถ่ายตั้งนานแน่ะ กว่าจะได้ชัดแบบนี้ เพราะกล้องติ๊งต๊องของเรา มันจับภาพเคลื่อนไหวได้ไม่ค่อยดีเท่าไร ว่าแต่ก็ตื่นเต้นนะที่ได้เจอเต่าทอง เพราะไม่ได้เห็นนานมากแล้ว

ต้นนี้เรียกว่าต้นอะไรไม่รู้ ( TeeLek บอกแล้วครั้งนึงแต่จำไม่ได้) มีผึ้งเกาะอยู่เต็มไปหมดเลย ใจก็นึกกลัวว่าผึ้งจะต่อยอ่ะ แต่ว่าเราไม่ได้ไปทำอะไรมัน มันก็คงไม่ทำอะไรเราหรอก ( ใจดีสู้เสือไปงั้นเอง ) อิอิ..

ดอกไม้สีชมพูนี้ก็คงเห็นบ่อยๆ ตามรั้วบ้านทั่วๆ ไป เห็นว่าสีชมพูสดดี ก็เลยถ่ายมาด้วย หลังจากถ่ายดอกไม้เสร็จ สักพักเค้าก็กลับมา แล้วก็ยืมมอร์ไซค์เพื่อนเค้า พาเราไปเดินเล่นที่สะพานปลา คือไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นเหมือนกันไหม แต่เราไปทะเลที่ไหนทุกครั้ง ก็จะชอบไปถ่ายรูปที่สะพานปลามากๆ เรารู้สึกว่ามันทอดยาวออกไปในทะเลอ่ะ

พอเดินเข้ามาก็เห็นคนกำลังตกปลากันเพียบเลย แล้วก็มาสะดุดกับปลาสีๆ ตัวนี้ที่วางอยู่บนพื้น ทั้งๆ ที่กำลังหายใจพะงาบๆ อยู่เลย ใจอยากจะโยนมันลงกลับไปในทะเล แต่ก็กลัวว่าคนที่ตกมันขึ้นมา จะเอาคันเบ็ดฟาดเราซะก่อน

แล้วนอกจากเจ้าตัวนั้น มาดูในถังที่เค้าตกกันได้ หน้าตาคล้ายปลาจาระเม็ดในตลาดเลย เข้าไปถามคนส่วนใหญ่ มาตกกันเพราะต้องการผ่อนคลาย เฮ้อ!! คนผ่อนคลาย แต่ปลาตายนี้สิ จะได้อะไรกลับไป รู้แต่ว่าเย็นนี้มีอาหารกินแน่ๆ แล้วล่ะ

แล้วเราก็ถ่ายรูปเล่น... เรามีความสุขนะ มากๆ ด้วย เวลาอยู่ใกล้ๆ น้ำทะเล มันเหมือนเราได้ปลดปล่อย ได้ทิ้งอะไรหลายๆ อย่างไว้ข้างหลัง แล้วเล่นสนุกได้อย่างเต็มที่ ( TeeLek บอกว่าเราเหมือนเด็ก เวลาเราเห็นน้ำทะเล และเค้าก็ชอบที่ได้เห็นเราเป็นแบบนี้ มากกว่าจะเห็นเราร้องไห้) ( Boy มักจะพูดเสมอว่า "บอยจะพาอุ้ยมาทะเลบ่อยๆ นะ" )

ช่วงที่กำลังเดินกลับ ก็มาเจอกับเจ้าแมวตัวดำมะเมียมตัวนี้ และดูท่าทางมันจะชอบเราซะด้วย เพราะมาเล่นกับเรา นอนหงายให้เราเกาพุงอย่างเป็นกันเอง อย่างสนิทสนม เหมือนเคยเจอกันมาก่อน

แต่ก็ต้องมาสยดสยอง เมื่อเห็นว่าน้องแมวตัวน่ารักที่เราเล่นด้วยม่ะกี้กำลังกินปลาสดๆ ที่น้องคนนึง เพื่อจะยกคันเบ็ดขึ้นมาจากน้ำทะเล น้องแมวใช้เท้าหน้าตะปบ และกัดกินเจ้าปลาน้อย โดยไม่เหลือซาก

น้องคนนี้เองที